การฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ โดยไม่ต้องฝึก แต่เชื่อหรือไม่ว่า การรับฟังคนที่เราไม่รู้จักและไม่ใช่คนที่เราสนใจอย่างต่อเนื่องยาวนานนับหลายสิบนาทีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อฟังไปใจก็มักจะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ทันไรก็เกิดข้อโต้แย้งว่า ไม่ใช่ ไม่ถูก จริง ไม่จริง ฟังไปอีกสักพักใจก็ลอยไปกับเสียงรถ เสียงโทรทัศน์ เสียงเพลงที่อยู่รอบข้าง เผลอนิดเดียวใจก็คิดไปถึงงานกองโต อาหารจานโปรด
ในชีวิตประจำวัน หลายคนไม่เคยเปิดโอกาสให้คนรอบข้างได้พูดถึงความทุกข์ของเขา รวมทั้งไม่เคยหยุดอยู่ในความเงียบเพื่อฟังความทุกข์ของตัวเองเลยสักครั้ง ทุกคนในสังคมต้องการที่จะเป็นคนพูด ไม่มีใครอยากรับฟัง นั่นจึงทำให้เราเกิดความเห็นผิด มองเห็นสิ่งต่างๆตามความคิดเห็นของเราเท่านั้น ไม่ต่างอะไรจากคนตาบอดคลำช้าง คนที่คลำแค่หูก็ว่าช้างต้องเป็นอย่างนี้ คนที่คลำแค่หางก็ว่าช้างต้องอย่างนี้ แต่เมื่ไรที่เราเปิดตามองช้างทั้งตัว เราจึงรู้ว่าแท้จริงแล้วช้างเป็นอย่างไร การฟังอย่างลึกซึ้งทำให้เรารู้ถึงความทุกข์ในตัวเราและเข้าใจความทุกข์ในตัวคนอื่น อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานแห่งการสร้างสันติสุข เพราะทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆอย่างครบถ้วนรอบด้าน
คนพูดเองก็ต้องเตือนสติตนเองว่าคนฟังเขาอยากฟังเราไหม เราจึงควรหมั่นฝึกพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะฟังหรือพูด ควรมีสติเสมอ
ขอขอบคุณ นิตยสารซีเคร็ต รายปักษ์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 60 หน้าที่ 28
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น